10 เทรนด์ที่นักพัฒนาอสังหาขนาดกลางควรรู้ในปี 2024

การเปลี่ยนแปลงของวงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ดังนั้นการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์และยุคสมัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง ดังนั้นบทความต่อไปนี้จะนำเสนอ 10 เทรนด์ ของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สำหรับนักพัฒนาโครงการขนาดกลาง ในปี 2024


1.การสร้างโครงการตามแนวรถไฟฟ้า

เนื่องจากการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพและปริมณฑลเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้คนจำนวนมากนั้นหันมาใช้บริการโดยสารรถไฟฟ้าแทนการขับขี่รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถประจำทาง หรือรถโดยสารอื่นๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเผื่อเวลารถติดโดยที่ไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าแต่ละวันจะติดนานแค่ไหน ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะไปเรียน ทำงาน หรือไปที่นัดหมายได้ทันเวลาหรือไม่ เพราะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้านั้นสามารถคำนวณเวลาการเดินทางได้อย่างสะดวกในเว็บไซต์ แล้วยังไม่ต้องอดทนฝ่าการจราจรที่ติดขัดอีกด้วย และด้วยภาวะมลพิษ pm2.5 ทำให้มีฝุ่นควันหนาแน่นในอากาศ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าช่วยให้เลี่ยงการสูดมลพิษเหล่านั้นได้ มีระบบระบายอากาศที่ดี มีแอร์ทุกขบวน ไม่ต้องเจอฝุ่นเจอควัน และไม่ต้องทนร้อนกับสภาพอากาศเมืองไทย โดยทุกวันนี้รถไฟฟ้านั้นมีการขยายออกไปกว้างขึ้น มีสถานีมากขึ้น และยังถูกวางโครงสร้างมาให้อยู่ใกล้กับจุดสำคัญต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย สำนักงานต่างๆ และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้านั้นสะดวกมากๆ และเข้ามามีบทบาทที่สำคัญกับผู้คนในเมืองกรุงเป็นอย่างมาก ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ในสมัยนี้นิยมสร้างใกล้ๆหรือตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อที่จะตอบโจทย์และดึงดูดลูกค้านั่นเอง

 

2.Compact living หรือการใช้ประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ใช้สอยขนาดเล็ก

ทุกวันนี้การอยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดเล็กนั้นได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากในเมืองนั้นมีราคาของที่ดินที่สูง ทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่างๆมีราคาที่สูงตาม และพื้นที่ขนาดเล็กยังสะดวกสบายมากกว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ในแง่ของการจัดการ ดูแล ทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อีกด้วย

โดยพื้นที่รูปแบบ Compact living นั้นคือการออกแบบตกแต่งภายในในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆให้มีประโยชน์มากที่สุด เช่น โต๊ะที่สามารถเก็บของได้ ตู้เก็บของที่เลื่อนเข้าออกได้เหมือนลิ้นชัก ชั้นวางของขนาดเล็กที่นำไปวางได้ตามซอกหลืบต่างๆ

3.การสร้างโครงการในเขตปริมณฑล

เนื่องด้วยราคาพื้นที่ในเมืองที่สูงมาก ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในเมืองนั้นมีราคาที่สูงตาม การเลือกซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยในแถบปริมณฑลจึงเป็นทางเลือกของกลุ่มคนที่มีงบประมาณที่จำกัด เนื่องจากราคานั้นเข้าถึงง่ายกว่าหรือถูกกว่า และยังใกล้เมืองอีกด้วย ซึ่งการเดินทางเข้าเมืองนั้นก็มีความสะดวกสบายที่มากขึ้นจากเมื่อก่อน เนื่องจากรถไฟฟ้าเริ่มมีการขยายออกไปถึงเขตปริมณฑลต่างๆ รวมไปถึงแอพเรียกรถโดยสารที่สะดวกอย่างเช่น Grab Bolt หรือ Line man

ทำให้ผู้คนที่อาศัยในเขตปริมณฑลนั้นสามารถเดินทางเข้าเมืองไปเรียน ทำงาน เที่ยว หรือทำธุระต่างๆได้โดยง่าย ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้ในเมือง เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้แล้ว แน่นอนว่าค่าครองในเมืองยังไงก็สูงกว่า ทั้งค่าเช่า หรือราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ และยังมีผู้คนสัญจรไปมามากมาย ทำให้ในเมืองนั้นทั้งแออัดและวุ่นวาย มีตึกอาคารต่างๆมากมาย เขตปริมณฑลจึงได้เปรียบกว่าในแง่ของพื้นที่สีเขียวและมลพิษต่างๆทางอากาศ รวมทั้งความปลอดภัยอีกด้วย การเลือกเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการประหยัด สะดวก และสงบ

4.Sustainable Living และ Eco-Friendly Development 

คือแนวคิดที่กำลังเป็นกระแสในยุคสมัยนี้ เนื่องด้วยปัญหาสภาวะโลกเดือดที่ดูไม่มีแนวโน้มจะลดลง การใช้ทรัพยากรที่ขาดความยั้งคิดส่งผลต่อความยั่งยืนของโลก ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวคิดเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยังยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่การใช้ชีวิตโดยทั่วไปเท่านั้น แต่รวมถึงการพัฒนาโครการด้วย ดังนั้นนักพัฒนาควรให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการที่ส่งเสริมแนวคิดดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

  • Sustainable Living สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • คือการสร้างที่อยู่อาศัยหรือชุมชนที่สามารถที่จะส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างยังยืนได้ สิ่งที่นักพัฒนาควรให้ความสำคัญคือ การออกแบบที่ช่วยประหยัดทรัพยากร ลดการปล่อยของเสีย และที่สำคัญ โครงการจะต้องสนับสนุนการใช้ชีวิตที่มีความยั่งยืนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้องให้น้อยที่สุด
  • แนวคิด Sustainable living สำหรับนักพัฒนาโครงการมีหลายแนวทาง ดังนี้
  • ออกแบบพื้นที่สีเขียวในโครงการ: พัฒนาและออกแบบพื้นที่ที่เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม เช่น สวนสาธารณะข้างทาง หรือแม้แต่สวนบนดาดฟ้า, มีพื้นที่สำหรับการปลูกต้นไม้บนดาดฟ้าหรือนอกระเบียง, การปลูกต้นไม้รอบโครงการ วิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับโครงการ แต่ยังสามารถช่วยลดมลพิษและปรับอุณหภูมิภายในโครงการได้อีกด้วย
  • ออกแบบบ้านที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: ออกแบบบ้านหรือคอนโดที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อน, การติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำฝน
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน: ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้อยู่อาศัย
  • Eco-friendly Development สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • คือการพัฒนาโครงการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ใน “ระยะยาว” กล่าวคือ การใช้แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่สร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัยแต่ยังสร้างความยังยืนให้กับผู้พัฒนาโครงการอีกด้ว

แนวคิด Eco-friendly Development สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ดังนี้

  • ใช้วัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน: เลือกใช้วัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น การใช้วัสดุก่อสร้างที่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
  • Green Building: การออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับมาตรฐานประหยัดพลังงาน เช่น มาตรฐาน LEED ซึ่งสามรถช่วยลดการใช้พลังงานในอาคารและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร
  • จัดการน้ำอย่างยั่งยืน: ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการเก็บน้ำฝน นอกจากช่วยรักษาทรัพยากรแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

5.การพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ 

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องด้วยหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น มีอัตรการเกิดน้อยลงและมีประชาการที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, การดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบครอบครัว ดังนั้นประเด็นนี้จึงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การออกแบบและการพัฒนาโครงการจึงต้องคำนึงถึงผู้สูงอายุมากขึ้น

แนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ มีดังนี้

  • ออกแบบบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการใช้งาน เช่น ทางเดินที่กว้างขวาง, ไม่มีขั้นบันได, ห้องน้ำมีราวจับ, พื้นผิวที่ไม่ลื่น
  • โครงการมีบริการดูแลผู้สูงอายุในระดับต่างๆ
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ เช่น ศูนย์สุขภาพ, ฟิตเนสที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ, การจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อยู่ในโครงการ
  • โครงการแบบ Mixed-use ที่รวมพื้นที่อยู่อาศัยเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวก
  • พื้นที่โครงการที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี เงียบสงบและปลอดภัยสำหรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ
  • ติดตั้งระบบสมาร์ทโฮม 
  • ใช้เทคนิค Proptech เพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพ การจัดการเวลา และการสื่อสารกับครอบครัว

6.โครงการพัฒนาเชิงชุมชน

คือแนวคิดในการพัฒนาโครงการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความต้องการของชุมชนเป็นหลัก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องสร้างโครงการที่มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความต้องการของชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและยอมรับจากคนในชุมชน

แนวทางของโครงการพัฒนาเชิงชุมชนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

  • การมีส่วนร่วมของชุมชน
  • การพัฒนาอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น
  • การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน
  • การสนับสนุนเสรษฐกิจท้องถิ่น
  • การรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรท้องถิ่น

7.การออกแบบสถานที่อยู่อาศัยให้ตรงกับวิถีการทำงาน work from home (WFH)

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในปี 2562 จึงทำให้ผู้คนที่มีการป่วยต้องกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน หรือตามมาตราการของรัฐบาลในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่อนุญาตให้ผู้คนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก จึงทำให้บางบริษัทที่จำนวนคนเยอะ ไม่สามารถมาทำงานที่บริษัทได้ จึงทำให้เกิดการ work from home ขึ้นมา  ซึ่งจากการที่พนักงานได้เริ่มทำการ work from home และทำต่อเนื่องจนเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้คลายลง ก็ยังมีบางบริษัทที่ได้ดำเนินการใช้วิธีการทำงานในรูปแบบของ work from home ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพราะค้นพบว่าการ work from home ช่วยทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน เช่น ไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อเสียเวลาในการเดินทางไปยังบริษัท หรือพนักงานมีเวลาส่วนตัวของตนเองมากยิ่งขึ้น โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขณะนี้เทรนด์ของภายในบ้านจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการทำงานที่เหมาะสม โดยนักพัฒนาโครงการขนาดกลางในประเทศไทยจำเป็นต้องมีส่วนของการออกแบบภายในบ้านให้มีการสร้างพื้นที่สำหรับการทำงานที่เหมาะสม

โดยสร้างพื้นที่โดยคำนึงถึงบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการทำงาน ไม่มีเสียงอื่น ๆ รบกวนได้ง่าย และ ความพร้อมของอินเตอร์เน็ต

8.การสร้างโครงการโดยเน้นการรักษาสุขภาพ

ในปัจจุบันเทรนด์การรักษาสุขภาพถือว่าเป็นเทรนด์ยอดฮิตสำหรับคนหลากหลายคนในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยง่ายขึ้น ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ดี ไม่อยากมีอาการเจ็บป่วยอีกแล้ว จึงทำให้เทรนด์การรักษาสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งการที่มีพื้นที่พร้อมสำหรับการรักษาสุขภาพ ก็เป็นตัวเลือกที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของเรา ซึ่งแนวทางการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของคนในสังคม คือ การสร้างพื้นที่สำหรับสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสปาต่าง ๆ เช่น ห้องอบซาวหน้า รวมถึงพื้นที่สำหรับการผ่อนคลาย อย่างสวนเล็ก ๆ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

9.แอปพลิเคชั่น Prop Tech เทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค และผู้พัฒนาโครงการขนาดกลาง

  • ยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เราเห็นได้ชัดขึ้น คือการเข้ามาของเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ทุกคนในสังคม ซึ่งเทคโนโลยีได้ถูกหยิบยกไปใช้ในทุกส่วนจนกลายเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในชีวิตของทุกคนในปัจจุบัน เช่น ทุกคนล้วนมีโทรศัพท์สำหรับการติดต่อหรือเล่นผ่าน application ต่าง ๆ หรือการที่ AI ได้เข้ามามีบทบาทสำหรับคนในสังคมมากยิ่งขึ้น เช่น การ generate รูปภาพตามคำบอก หรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาจากเทคโนโลยี เช่น การตรวจ MRI อย่างที่เราเคยได้ยินกัน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีได้แทรกซึมไปในทุก ๆ อาชีพ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคนไปแล้ว โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เช่นเดียวกัน
  • โดยมีแอปพลิเคชั่น Prop Tech หรือ Property Technology อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค และผู้พัฒนาโครงการขนาดกลางในเวลาเดียวกัน ซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้สร้างความสะดวกได้ ดังนี้
  • สามารถทำการตลาดนำเสนอสินค้า
  • ช่วยในการขายอสังหาริมทรัพย์ให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ภายในแอปพลิเคชั่น
  • smart home โดยผู้บริโภคสามารถดูพื้นที่ภายในบ้านได้ 360 องศา โดยไม่จำเป็นต้องมายังหน้างานอีกด้วย
  • การติดต่อบริการหลังการขาย

10. Investment Property 

คือที่อยู่อาศัยในแนวคิดการลงทุนระยะยาว การที่ไม่ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์มาไว้อยู่อาศัย แต่เป็นการซื้อไว้เพื่อต้องการสิ่งตอบแทน เช่น การซื้อไว้เพื่อการลงทุนอย่างการปล่อยเช่าในระยะยาวหรือสั้น เพื่อที่จะได้รับค่าเช่าในแต่ละเดือน การขายต่อในราคาที่สูงขึ้นโดยการเพิ่มมูลค่าหรือรอให้ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงราคาไปในทิศทางที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ในแง่ของการลดหย่อนภาษีอีกด้วย

กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญมีดังนี้

  • การเลือกทำเลที่ดี: ทำเลที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าและโอกาสที่ดี
  • การวิเคราะห์การตลาด: ศึกษาแนวโน้มของตลาดอสังหริมทรัพย์
  • การคำนวณผลตอบแทน: อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า และการเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์
  • การบำรุงรักษาและการจัดการ: วางแผนในการบำรุงรักษาเพื่อรักษาความน่าสนใจและลดความเสี่ยงในการสูญเสียรายได้

การเดินตามเทรนด์เหล่านี้จะสามารถเพิ่มโอกาสให้กับนักพัฒนาโครงการขนาดกลางได้เป็นอย่างดี เพราะ 10 เทรนด์ข้างต้นเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชากรภายในประเทศอย่างตรงประเด็น และจะทำให้โครงการเป็นที่น่าจับตามองสำหรับเหล่านักลงทุนและผู้อยู่อาศัยภายในประเทศ

เทรนด์อสังหาฯ ปี 2025

เทรนด์อสังหาฯ ปี 2025 แนวโน้มการตลาดอสังหาฯ ที่ต้องจับตา

เทรนด์อสังหาฯ ปี 2025 จะเป็นอย่างไรบ้าง? ในปี 2024 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยที่ต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

Read More »
5 ฟีเจอร์ HubSpot ที่ตัวแทนอสังหาฯ ไม่ควรพลาด

5 ฟีเจอร์ HubSpot ที่ตัวแทนอสังหาฯ ไม่ควรพลาด

จะดีกว่าไหม หากคุณมีตัวช่วยในการติดตามการทำงาน พร้อมกับช่วยบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า? เชื่อว่าการใช้เครื่องมือทางการตลาดและการขายที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะสำหรับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องจัดการกับลูกค้าและการบริหารการทำงานต่าง ๆ พร้อมกัน

Read More »
คู่มือ HubSpot สำหรับมือใหม่อสังหาฯ

คู่มือ HubSpot สำหรับมือใหม่ในธุรกิจอสังหาฯ

ในโลกของการทำธุรกิจมีการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน ลูกค้าก็มีตัวเลือกมากมาย แม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็เช่นกัน ซึ่งการทำธุรกิจอสังหาฯ เป็นมากกว่าแค่การขายบ้านหรือคอนโด การรักษาลูกค้าไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

Read More »

กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นกระบวนการวางแผนและจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันหรือลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการนั้นๆ

Read More »

กลยุทธ์การลงทุนอสังหาฯ สู่ความสำเร็จในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นภาวะถดถอย การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย หรือตลาดการเงินที่ผันผวน ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อและผู้ขาย

เมื่อเศรษฐกิจเติบโตและมีความมั่นคง ตลาดอสังหาริมทรัพย์มักจะเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย ราคาของทรัพย์สินมักจะสูงขึ้น และมีการซื้อขายที่คึกคัก แต่เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เช่น การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการเงิน ผู้ซื้ออาจมีความลังเลในการลงทุน ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา

การนำทางในสภาวะเช่นนี้ ผู้ขายและนักลงทุนจำเป็นต้องมีความรอบคอบและวางแผนอย่างดี เพื่อรับมือกับความท้าทาย อาทิ การประเมินราคาทรัพย์สินที่เป็นธรรม การจัดการการเงินอย่างรอบคอบ และการติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวตามสถานการณ์

สำหรับผู้ที่มีแผนจะซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ คำแนะนำคือการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถวางแผนและดำเนินการได้อย่างมั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

Read More »
Scroll to Top
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.